ไหวพริบและกลยุทธ์
2 แนวคิด
ศิลปะการจีบสาว: ชั้นเชิงและจิตวิทยาฉบับอาจารย์เฉลิมชัย
การจีบสาว ในมุมมองของอาจารย์เฉลิมชัย คือทั้งการฝึกฝนและการใช้จิตวิทยา เป็นการทำความเข้าใจมนุษย์อย่างแท้จริง อาจารย์บอกว่า จีบสาวต้องมีชั้นเชิง ต้องมีศิลปะ อย่าเข้าไปตรงๆ แบบเซ่อๆซ่าๆ หรือเหนียมๆหงิมๆ ลีลากระจอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบ ถ้าจะจีบเขาแบบกระจอกๆ ทำอย่างอื่นก็คงจะกระจอกๆ ไม่มีชั้นเชิง ประสบความสำเร็จอย่างอื่นก็คงจะยากเช่นกัน กลยุทธ์การเข้าหาเพศตรงข้ามฉบับอาจารย์เฉลิมชัย อาจารย์ใช้ทักษะการวาดรูปที่ตัวเองมีเป็นตัวเปิดเกม ถ้าสนใจใคร เล็งใครไว้ ให้เล็งแบบที่เขาไม่รู้ตัว ทำเป็นไม่มอง ทำเป็นไม่สนใจ มีแค่ตัวเรากับกระดานวาดรูปเป็นเครื่องมือ หาทางเดินเข้าหาแบบที่เขาไม่รู้ตัว ไปตั้งกระดานวาดรูปในระยะที่กลุ่มสาวที่เราสนใจจะสามารถมองเห็นได้ จากนั้นก็เริ่มวาด ตาและมือจดจ่อกับงาน แต่หูก็เงี่ยฟังว่ากลุ่มที่เราสนใจเขาพูดอะไรกัน วาดให้สวยแต่ไม่อ้อยอิ่งใช้เวลามากเกินไป พอวาดได้เป็นรูป พวกเขามีโอกาสสูงที่จะเดินเข้ามาดูผลงาน ณ จุดนี้ อาจารย์ก็ยัง "ทำเป็น" ไม่สนใจ ทำเป็นจดจ่อกับผลงานของตัวเอง เมื่อวาดเสร็จก็ยังข่มใจ ไม่ยอมคุยกับสาวที่เล็งไว้ แต่ยังจ้องผลงานว่าสวยที่สุดแล้วหรือยัง เล่นละครไปเพิ่มเติมรูปอีกเล็กน้อย ทำทีว่างานต้องสมบูรณ์แบบ 100% ทำทีว่าเอางานเป็นหลัก ไม่ได้สนใจสาวๆใดๆ ทั้งที่จริงๆแล้ว วาดรูปมาทั้งหมดก็เพราะอยากรู้จักสาวในกลุ่มนั่นเอง 😂😂 Build up the emotion... แล้วค่อยหันไปหากลุ่มสาวๆที่กำลังดูอยู่ และถามด้วยความมั่นใจว่า "อยากจะได้ไหม ผมจะให้รูปนี้ เห็นว่าน้องมองอยู่ เมื่อกี้ผมได้ยินนะว่าน้องชอบรูปนี้ บอกว่าสวยดี" และยังบอกน้องๆในกลุ่มที่มายืนดูด้วยความมั่นใจอีกว่า "น้องรู้ไหม พี่จะเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ของประเทศในอนาคต" ในจิตใต้สำนึกผู้หญิงส่วนใหญ่ อยากมีคนเป็นผู้นำเขา ปกป้องเขาได้ อ.เฉลิมชัยเข้าใจตรงนี้อย่างดียิ่ง หลังจากรู้จักกันครั้งแรก ได้พูดคุยรู้จักที่เรียน อาจารย์ก็เดินเกมต่อ ในสมัยนั้นไม่มีมือถือ ไม่มีไลน์ ต้องเจอกันตัวเป็นๆเท่านั้น อาจารย์ก็แกล้งไปดักรอหน้าโรงเรียน รอจนเจอ ทักทาย ชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน สานต่อ... จบเกม บทส่งท้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องที่เล่ามานั้นเป็นเพียงอดีตของอาจารย์เฉลิมชัย ก่อนที่จะศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง เป็นเรื่องเล่าให้ฟังสนุกๆในวัยหนุ่ม ในปัจจุบัน อาจารย์ได้ละเลิกกิเลสด้านนี้ไปนานแล้ว มุ่งมั่นทำตัวให้เป็นคนดีของครอบครัว เป็นพ่อที่ดีของลูก เป็นสามีที่ดีของภรรยา และทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศที่ตัวเองอยู่
ความตั้งใจและไหวพริบ ของการสอบเข้าเพาะช่าง
การฝึกฝนก่อนสอบเป็นเรื่องสำคัญ แต่การมีไหวพริบและกลยุทธ์ในวันสอบจริงก็สำคัญไม่แพ้กัน ในวันสอบเข้าโรงเรียนเพาะช่าง เวลาเริ่มสอบคือ 8.30น แต่เด็กชายเฉลิมชัยมาถึงสนามสอบตั้งแต่เวลา ตี 5 ครึ่ง ทำไมต้องมาเช้าขนาดนั้น ทำไมไม่พักผ่อนให้เต็มที่ในวันที่สำคัญดังกล่าว อาจารย์เฉลิมชัยไม่ได้คิดแบบนั้น อาจารย์ต้องการมาสำรวจ "สนามรบ" ก่อนที่การรบจะเริ่ม ดูว่าห้องสอบมีกี่ห้อง ห้องน้ำอยู่ตรงไหน ห้องไหนอาจมีเสียงดังรบกวน และที่สำคัญที่สุด ที่นั่งไหนจะเป็นที่นั่งที่ดีที่สุดสำหรับการวาดรูป การสอบวาดรูปนั้นไม่ได้มีการระบุที่นั่งเหมือนการสอบทั่วไป สามารถเลือกที่นั่งที่จะวาดรูปได้ ใครจะนั่งตรงไหนของห้องก็ได้ แต่ลองคิดดูว่า ถึงคุณจะเก่งวาดรูปขนาดไหน แต่ถ้าวันสอบ คุณดันไปนั่งในมุมอับ มุมแคบ หรือมุมตรงๆ ไม่เห็น perspective อื่นเลย มองไม่เห็นมุมที่ต้องวาด ไม่ว่าคุณจะฝึกฝนมามากเพียงใด วันที่สำคัญที่สุดของคุณ คุณก็แพ้อยู่ดี แต่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้นี้เป็นไปตามชะตาฟ้า พอได้สำรวจดูห้องที่ตัวเองจะสอบและมีที่นั่งในใจแล้ว อาจารย์ก็ยืนขวางหน้าห้องสอบคนแรก รอจนกว่าประตูจะเปิด เพื่อเดินตรงไปนั่งตรงที่วางแผนไว้ ระหว่างยืนหน้าห้อง จะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะหิวน้ำ หิวข้าว ปวดฉี่ ปวดอึ อย่างไรก็จะยืนอยู่ตรงที่ดังกล่าว ขอให้รบตรงนี้เสร็จก่อน ภารกิจอื่นค่อยไปทำทีหลังได้